banner-inner-default

เหตุผลของการเลือกไฟตกแต่งบ้านสำคัญอย่างไรและจำเป็นไหม?

ไฟตกแต่งบ้าน โถง

การออกแบบบ้านให้สวยงามไม่ได้ขึ้นอยู่กับโครงสร้าง วัสดุ หรือเฟอร์นิเจอร์เท่านั้น “แสงไฟ” ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยกำหนดบรรยากาศและอารมณ์ในทุกพื้นที่ภายในบ้าน เพราะแสงที่เหมาะสมช่วยให้บ้านดูอบอุ่น น่าอยู่ ใช้งานสะดวก และยังช่วยเสริมดีไซน์ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น การเลือกไฟตกแต่งจึงเป็นเรื่อง “จำเป็น” ไม่ใช่เพียงเพื่อความสวยงาม แต่เพื่อการใช้งานที่มีประสิทธิภาพทั้งในด้านสุขภาพและความปลอดภัย

บริษัท พี.โอ.อาร์คีเทค แอนด์ อินทีเรีย เราให้ความสำคัญกับการออกแบบแสง (Lighting Design) ควบคู่กับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ วัสดุ และโทนสี เพื่อให้ทุกพื้นที่ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว ทั้งด้านฟังก์ชัน การพักผ่อน และความงามในเชิงสุนทรียภาพ และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้แสงไฟสำคัญ คือ “ผลต่อสายตาและสุขภาพ” หากเลือกแสงไม่เหมาะสม อาจทำให้รู้สึกเมื่อยตา ปวดหัว หรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เช่น แสงสีขาวจัดในห้องนอนอาจทำให้ร่างกายไม่พร้อมพักผ่อน ในขณะที่แสงสลัวเกินไปในห้องทำงานก็ทำให้โฟกัสได้ยาก

นอกจากนี้ ไฟยังช่วย “เพิ่มมิติและสไตล์” ให้กับพื้นที่ เช่น ไฟซ่อนในฝ้าเพดานช่วยสร้างความลึก      ไฟวอลล์ไลท์ทำให้ผนังมีชีวิตชีวา หรือไฟสปอตไลท์สามารถเน้นของตกแต่งชิ้นพิเศษได้อย่างโดดเด่น เมื่อแสงถูกออกแบบร่วมกับวัสดุและสีของห้อง ผลลัพธ์ที่ได้คือบ้านที่ดูมีระดับและเป็นเอกลักษณ์

แต่ละห้องควรใช้ไฟแบบไหนและขนาดเท่าไหร่?

1. ห้องนั่งเล่น (Living Room)

ห้องนั่งเล่นคือพื้นที่เอนกประสงค์ ทั้งพักผ่อน รับแขก หรือทำกิจกรรมของครอบครัว จึงควรมีระบบไฟที่ปรับใช้ได้หลากหลาย

แนะนำ:

• แสงโทนอบอุ่น (Warm White 2700–3000K) สำหรับสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย

• เพิ่มไฟสว่างโทนกลาง (Neutral White 3500–4000K) หากต้องอ่านหนังสือหรือทำกิจกรรม

• ใช้ไฟดาวน์ไลท์กระจายทั่วห้อง 6–12 วัตต์ ต่อจุด ขึ้นอยู่กับขนาดห้อง

• ไฟตั้งพื้นหรือไฟซ่อนหลังชั้นทีวีช่วยเพิ่มมิติ

Living room
Living Room

2. ห้องครัว (Kitchen)

ครัวต้องการความสว่างชัดเจนเพื่อให้ทำอาหารได้ปลอดภัย

แนะนำ:

• แสงโทนขาว (Cool White 4000–5000K) ให้ความสว่างสูง

• ติดไฟดาวน์ไลท์ 9–12 วัตต์

• แนะนำเพิ่มไฟแสงส่วางใต้ตู้แขวนเหนือเคาน์เตอร์ เช่น LED Strip หรือสปอตไลท์ เพื่อให้เห็นชัดขณะเตรียมอาหาร

kitchen
Kitchen

3. ห้องรับประทานอาหาร (Dining Room)

แสงไฟช่วยสร้างบรรยากาศให้การรับประทานอาหารดูอบอุ่น

แนะนำ:

• แสงโทนอบอุ่น 2700–3000K

• เลือกโคมเพดานหรือแชนเดอเลียร์แขวนเหนือโต๊ะอาหาร 1 ชุด

• ขนาดหลอดประมาณ 8–12 วัตต์ ขึ้นอยู่กับขนาดโต๊ะ

• ความสูงเหนือโต๊ะประมาณ 75–90 ซม.

Dining Room
Dining Room

4. ห้องนอน (Bedroom)

แสงในห้องนอนควรเน้นการพักผ่อน ทำให้นอนหลับง่าย

แนะนำ:

• แสงโทนอบอุ่น 2700–3000K

• ดาวน์ไลท์ 6–9 วัตต์ กระจายทั่วห้อง

• ใช้ไฟหัวเตียงหรือไฟอ่านหนังสือแบบปรับทิศทางได้ 3–5 วัตต์

• แสงสลัวแบบ Dimmer จะช่วยให้เปลี่ยนจากโหมดทำงานเป็นโหมดพักผ่อนได้ง่ายขึ้น

Bedroom
Bedroom

5. ห้องน้ำ (Bathroom)

ต้องการแสงที่ชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณกระจกสำหรับแต่งหน้า

แนะนำ:

• แสงขาว 4000–5000K

• ไฟดาวน์ไลท์ 9–12 วัตต์

• ติดไฟข้างกระจกหรือหลังบานกระจก เพื่อส่องใบหน้าแบบไร้เงา

Bathroom
Bathroom

6. โถงทางเดิน (Hallway)

เป็นพื้นที่เปลี่ยนผ่านที่ไม่ต้องการความสว่างมาก

แนะนำ:

• โทนกลางถึงอบอุ่น 3000–3500K

• ใช้ดาวน์ไลท์ 5–7 วัตต์

Hallway
Hallway

การเลือกไฟตกแต่งบ้านไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออารมณ์ สุขภาพ และประสิทธิภาพการใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่ละห้องมีลักษณะการใช้งานต่างกัน จึงต้องเลือกโทนแสง ขนาดวัตต์ที่เหมาะสมช่วยป้องกันการล้าของสายตา ทำให้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างสบาย และยังช่วยเน้นสถาปัตยกรรมหรือจุดเด่นของบ้านให้โดดเด่นขึ้นอย่างมีมิติ จากประสบการณ์ของบริษัท พี.โอ.อาร์คีเทค แอนด์ อินทีเรีย การเลือกแสงไฟที่เหมาะสมคือการออกแบบ ไม่ใช่แค่การติดหลอดไฟ ตำแหน่งการติดตั้งแสงที่ถูกต้อง ทั้งแสงหลัก แสงซ่อน แสงเน้น และแสงบรรยากาศ จะช่วยทำให้บ้านมีมิติ ใช้งานได้สบาย และสะท้อนเอกลักษณ์ของผู้อยู่อาศัยได้ดีที่สุด

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin