banner-inner-default

3 ขั้นตอนการทำตู้เสื้อผ้าบิวท์อินกับเรา

ตู้เสื้อผ้า นับเป็นส่วนฟังก์ชั่นการใช้งานและเฟอร์นิเจอร์ที่มีความจำเป็นกับผู้อยู่อาศัย โดยตู้เสื้อผ้าแบบบิวท์อิน ผู้ใช้งานจะเป็นผู้กำหนดพื้นที่สำหรับการจัดวางตู้เสื้อผ้าให้รองรับกับการใช้งานได้ตามความต้องการ สำหรับการออกแบบตกแต่งภายใน การออกแบบห้องหรือมุมสำหรับจัดวางตู้เสื้อผ้านั้นมีสไตล์และฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลายหลาย ทั้งแบบโมเดิร์น (Modern) คลาสสิก (CLASSIC) หรือการตกแต่งบ้าน Luxury ในส่วนการใช้งานก็จะออปชั่นหน้าบานตู้ให้เลือกตามความเหมาะสม เช่น บานแบบเปิด, บานเลื่อน, บานแบบกดกระเด้ง หรือเป็นช่องโล่ง (ไม่มีหน้าบาน) เป็นต้น

บริการบิวท์อินตู้เสื้อผ้าของเรา

ขั้นตอนในการให้บริการทำตู้เสื้อผ้าบิวท์อินของทาง บริษัท พีโอ อาร์คีเทคแอนด์อินทีเรีย จำกัด จะมีลำดับขั้นตอนในการทำงานเบื้องต้นตามลำดับข้างล่าง

1. สำรวจพื้นที่และออกแบบ

เราจะทำการเช็คขนาดพื้นที่หน้างาน พร้อมรับความต้องการเบื้องต้นของลูกค้า เพื่อทำการพัฒนาออกแบบ ทำภาพ 3D (ภาพสามมิติ)

2. ออกแบบรายละเอียดภายในตู้เสื้อผ้า

กำหนดระยะภายในตู้ พร้อมระบุอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้เข้ากับระยะช่องบานตู้และหน้าบานตู้เสื้อผ้า (โดยส่วนใหญ่จะทำรายละเอียดงานออกแบบส่วนนี้พร้อมไปกับขั้นตอนแรกแล้ว) ด้วยความเชี่ยวชาญด้านบริการออกแบบตกแต่งภายในครบวงจร เราคำนึงถึงความสะดวกสบายในการใช้งานของลูกค้าเป็นสำคัญ จึงได้ออกแบบส่วนงานไฟภายในตู้เสื้อผ้าให้เรียบร้อย พร้อมใช้งาน

จากรูปตัวอย่างด้านบนเป็นผลงานที่ทางบริษัทได้ออกแบบฟังก์ชั่นภายในตู้เสื้อผ้าให้ลูกค้า เพื่อในอนาคตจะได้มีการปรับเปลี่ยนระยะได้ง่าย ลูกค้าสามารถปรับได้เองตามความต้องการ เราจึงใส่รางปรับระดับไว้เพื่อปรับระยะได้ตามการใช้งานจริง โดยการเลื่อนชั้นไม้ซึ่งมีฉากรับใต้ไว้

ภายในตู้เสื้อผ้าจะจัดเตรียมไฟและสวิทซ์ไฟ โดยจะมีไฟฟลูออเรสเซนต์ (หลอดไฟT5) หรือไฟ Led strip light ซึ่งจะต้องเตรียมที่ติดตั้งสำหรับหม้อแปลงไฟ (Power switching) ไว้ด้วย ส่วนสวิทซ์ในตู้เสื้อผ้าจะมีทั้งแบบกด, แบบสัมผัส และแบบอัตโนมัติ

ภายในตู้เสื้อผ้า อาจแบ่งช่องเป็นชั้นไม้แบบปรับระดับได้ สำหรับเสื้อผ้าแบบพับ, ผ้าขนหนูขนาดต่างๆ, หมวก, กระเป๋า และอื่นๆ การออกแบบโดยส่วนใหญ่จะออกแบบให้ด้านบนเป็นช่องเก็บของชิ้นใหญ่หรือของที่ไม่ได้ใช้งานบ่อย ๆ ระยะราวแขวนเสื้อสูง 1.90 เมตร ระยะราวแขนเสื้อผ้าหรือกางเกงล่างสูง 0.95เมตร หรือติดอุปกรณ์เสริมที่รองรับการใช้งานของผู้ใช้งาน เช่น

  • ราวแขวนกางเกงแบบดึง (การทำบิ้วอินควรวางโครงสร้างไม้ที่แผงตู้ไว้ก่อน ตั้งแต่ตอนแรกที่ขึ้นแผงตู้เสื้อผ้า เพราะถ้ามาเพิ่มตอนหลังจากที่ประกอบตู้ไปแล้ว อาจทำให้การติดตั้งอุปกรณ์เสริมเช่นราวแขวนกางเกงไม่แข็งแรง)
  • ลิ้นชักภายในสำหรับใส่เสื้อผ้าและของใช้ต่าง ๆ มีความสูงของลิ้นชักตั้งแต่ 10.00เซนติเมตรขึ้นไป
  • รางลิ้นชักที่รองรับลิ้นชักไม้มีหลากหลายประเภท เช่น รางลิ้นชักลูกปืน, รางลิ้นชักแบบ soft close, รางลิ้นชักกดกระเด้ง เป็นต้น แต่ละแบบจะมีการรับน้ำหนักที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ 30กิโลกรัม ถึง 60กิโลกรัม

ควรเตรียมระยะอุปกรณ์ที่จะใส่ในบิ้วอินตู้เสื้อผ้าก่อน เพราะระยะแต่ละอุปกรณ์ไม่เท่ากัน และจะได้จัดเรียงออกมาสวยงามและรองรับการใช้งานได้อย่างแท้จริง

ในรูปภาพราวแขวนกางเกงของ HEFELE

3. เลือกวัสดุ

ระบุประเภทวัสดุปิดผิว ซึ่งจะมีให้เลือกหลายหลายแบบ แต่ละแบบก็จะเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน ทางบริษัทจัดประเภทวัสดุเบื้องต้นที่ให้กับตู้เสื้อผ้ามาตามรายละเอียดด้านล่างนี้

  • วีเนีย์ลายไม้ – เช่น ไม้สัก, ไม้แอ๊ส, ไม้ไวท์โอ๊ค เป็นต้น บนไม้อัดยางมีความหนาตั้งแต่ 4 มิลลิเมตร ขึ้นไป แล้วแต่บริษัทผู้ผลิต
  • แผ่นลามิเนต HPL (High Pressure Laminate) – เป็นวัสดุสังเคราะห์ที่ผลิตขึ้นเลียนแบบพื้นผิวจริง เช่น สีเรียบ, ลายไม้, ลายหินเป็นต้น เพื่อตอบโจทย์การออกแบบ จึงมีให้เลือกหลากหลายแบบและหลากหลายพื้นผิวสัมผัส เพื่อรองรับการใช้งานที่มีความแตกต่างกันไป บางพื้นผิวลามิเนตมีความทนทานต่อสภาพกรด – ด่างได้ และสามารถดัดโค้งตามความต้องการและการออกแบบ
  • สีพ่น – เป็นการพ่นสีแบบอุตสาหกรรม ขั้นตอนการพ่นสีของบริษัท ถ้าสีพ่นด้านจะอยู่ที่ 9 ขั้นตอนและใช้สีพ่นเบอร์เฉพาะของ TOA หรือเทียบเท่า

การทำบิวท์อินตู้เสื้อผ้านั้นมีรายละเอียดการทำงาน ที่ควรใส่ใจ ใช้ความพิถีพิถันสูง ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ การเลือกวัสดุ การผลิต จนกระทั่งขั้นตอนติดตั้งหน้างาน จึงเป็นต้องเลือกใช้บริการรับบิ้วอินบ้านกับบริษัทที่มีช่างมืออาชีพเฉพาะทาง เพื่อให้คุณได้ตู้เสื้อผ้าที่มีความสวยงาม ลงตัวกับพื้นที่ มีฟังก์ชั่นการใช้งานครบครันตอบโจทย์ อีกทั้งยังต้องมีคุณภาพดี แข็งแรง สามารถใช้งานได้ยาวนานหลายปี คุ้มค่าต่อการลงทุนอีกด้วย

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin